ผู้เขียน หัวข้อ: ชั่วโมงทองคำ..ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่ต้องวันนี้ โดยท่าน ว.วชิรเมธี  (อ่าน 876 ครั้ง)

ออฟไลน์ mahasanook

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • ชอบกด Like+ 0
  • ใช้งานล่าสุด : 2 สิงหาคม 2018, 08:49:25
  • Thanks You welovethailand.com
  ” วันเวลาในชีวิตเรานั้นสั้น วันเวลาก็เหมือนวารี เมื่อไหลผ่านไปแล้วไม่มีวันหวนกลับมาสองครั้ง
 

ไม่มีใครมีวันนี้สองครั้ง ไม่ว่าคุณจะมีเงินกี่หมื่นล้าน  กี่แสนล้าน ก็ซื้อวันนี้คืนไม่ได้ ฉะนั้นคนเราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด
 

วันเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก จงใช้มันอย่างดีที่สุด ให้ทุกเสี้ยววินาทีเป็นเวลาที่ว่าหลับตานึกถึงแล้วอิ่ม สำราญบานใจ ไม่รู้สึกผิด
 
แม้สูญเสียคนที่รักไป เพราะอย่างน้อย เราได้ดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว”
นั่นแหละเป็นช่วงเวลาที่มีค่า
 

 
ท่าน ว.วชิรเมธี  ได้บรรยายหัวข้อ  ชั่วโมงทองคำในโครงการ ” เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ สีลม
 

ท่าน ว.ได้ย้ำถึง 2 คำ ที่ไม่ควรพูด คือ เดี๋ยวก่อน กับ รู้งี้ เพราะเราทุกคนควรใช้วันเวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ากับบุคคลอันเป็นที่รัก เพราะในชีวิตของเรานั้นมีหลายคนที่มานั่งเสียใจ ผิดหวังเพราะสองคำนี้ ซึ่งเราได้ทอดทิ้ง ชั่วโมงทองคำ ไม่ค่อยมีเวลาให้พ่อแม่ บางคนในยามที่พ่อแม่ป่วย แต่กลับใช้เวลาไปทำงานเต็มที่ ลืมไปว่ายังมีคนที่รักหวังคอยให้เราดูแลอยู่ที่บ้าน
 
ท่าน ว. ได้รับนิมนต์ไปงานศพ เจ้าภาพมักจะพูดพร้อมน้ำตา มาบอกว่า…รู้อย่างนี้ จะใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ให้ดีที่สุด  อยากทำให้สารพัด อยากพาไปดูหนัง อยากพาไปเที่ยว อยากพาไปฟังเพลง อยากพาไปแสวงบุญ

อาตมาไม่อยากให้เราทำตัวเหมือนพวกขอหวย ที่แม่นทุกทีเวลาหวยออก แต่ก่อนจะซื้อ ก็เดาไปสารพัด พอหวยออกก็มาพูดว่า รู้อย่างนี้
ถ้าทำตัวแบบนี้ในยามที่ท่านจากไปแล้ว คงทำได้แค่เจริญมรณะสติภาวนา
 
ในยามที่เราดูแลบุคคลอันเป็นที่รัก ก่อนที่วันเวลาจะหมดสิ้นลม ให้นึกไว้ว่า Tomorrow is today หรือ  พรุ่งนี้คือวันนี้ ต้องดูแลท่านให้ดีที่สุด อย่าไปรอวันพ่อ อย่าไปรอวันแม่ หรือวันเทศกาลสำคัญๆ เพราะเราไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเราได้ถึงวันนั้นหรือไม่…จง ดูแลทุกวันให้เป็นวันพิเศษ และไม่ใช่พรุ่งนี้แต่ต้องวันนี้ เพราะถ้าช้าไปแค่วันเดียว พญามัจจุราชไม่รอ และไม่มีใครรู้เลยว่าความตายจะมาเมื่อไหร่

ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่รู้ว่าอะไรจะมาถึงก่อน เราต้องระลึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา ทุกลมหายใจเข้า-ออก


 

แล้วทำแค่ไหนถึงดีที่สุด ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า อย่าประมาทใน 5 อย่าง
 
  • อย่าประมาทว่า  ชีวิตจะยืนยาว เราไม่รู้ว่าวันที่เราตื่นขึ้นมาวันนี้เป็นวันแรกของวันที่เหลือ หรือเป็นวันสุดท้ายของวันหมดสัมปทานแล้ว ไม่มีใครรู้
     
  • อย่าประมาทว่า  ยังหนุุ่มยังสาว เห็นหน้าใสๆ ภายในร่างกายอาจไม่ใสแล้ว
     
  • อย่าประมาทว่า  ในสุขภาพคิดว่าจะยังคงแข็งแรง เห็น ไม่เจ็บไม่ไข้ แต่ชีวิตมีเหตุปัจจัยมากมาย ทำให้เราอายุไม่ยืน อุปมาดังหนึ่งเทียน อาจจะดับเพราะลมพัด อาจดับเพราะคนปัด อาจดับเพราะไส้และเทียนไขละลายจนหมด เห็นได้ชัดว่าปัจจัยที่ทำให้เทียนดับมีมากมายฉันใด  ชีวิตของเราก็ฉันนั้น
     
  • อย่าประมาท  ในเวลา อย่าคิดว่ามีอยู่มาก เพราะเวลาของคนเรานั้นมีอย่างจำกัด เวลาไม่อาจยื้อคืนกลับมาได้ ไม่อาจรีไซเคิลได้  กวีได้เขียนไว้ว่า น้ำไหลอายุขัยก็ไหลร่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน ฆ่าชีวาคือพร่าค่ำคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด น้ำไหลอายุไขก็ไหลร่วง หมายความว่า น้ำที่มันไหลไป มันก็ไม่หวนคืน อายุก็เหมือนกัน มันไหลแล้วก็ไหลเลย ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน ใบไม้ที่ปลิดจากขั้วแล้วมันจะกลับไปไม่ได้
     
  • อย่าประมาท  ในคุณงามความดี เวลา ใครมาชวนทำคุณงามความดี อย่าพูดว่าเอาไว้ก่อน  วันหลังค่อยทำ คนที่พูดแบบนี้ พอพลาดไป อยากทำก็ไม่ทันได้ทำ เพราะฉะนั้นเวลาที่ใครมาชวนเราทำคุณงามความดี เราอย่าประมาทในความดีงามว่า เอาไว้ก่อน วันหลังค่อยทำ ถามว่า ถ้าวันหลังมาไม่ถึงล่ะ ? ถ้าวันที่เราคิดจะทำมาไม่ถึง เราเพียงแต่รอเงื่อนไขเวลา ฉะนั้นเราอย่าไปรอ
     
นอกจากนี้ท่านยังบอกว่า ควรหาโอกาสสร้างชั่วโมงทองคำให้เยอะที่สุด ให้บ่อยที่สุด กับผู้อันเป็นที่รักของเรา มนุษย์ทุกวันนี้ เราให้เวลากับคนซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ละเอียดอ่อนที่สุด น้อยมาก แต่เราให้เวลากับวัตถุ ให้เวลากับ ยศ ทรัพย์ อำนาจ ให้เวลากับหน้าตา ให้เวลากับหัวโขน ให้เวลากับเฟซบุ๊ค นี่คือ มนุษย์ทุกวันนี้
 

ทั้งๆที่เวลานั้นก็แสนจำกัด แต่แล้ว เรายังใช้เวลานั้นอย่างเปล่าเปลือง ไม่คุ้ม ราวกับเวลาเป็นของไม่มีค่า ดังนั้น วันหนึ่งเมื่อเราได้เสียบุคคลอันเป็นที่รักไป สิ่งที่เราได้ทำก็คือ มานั่งรู้สึกผิด รู้สึกผิดแล้วได้อะไร ? จิตใจก็ย่ำแย่ คนที่ตายแล้วก็ไม่ฟื้น

เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ในความไม่ประมาท ถ้าเราไม่ประมาท  ทุก ๆ วันนั้นคือ วันสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา และคือวันที่สำคัญที่สุดสำหรับเราและทุกๆคนที่เราผ่านพบระหว่างหนทางของการ เป็นคน ถ้าเราสร้างทุกวันให้เป็นวันพิเศษ ถ้าเราทำให้ทุกวันเป็นชั่วโมงทองคำ ปุบปับเป็นอะไรชึ้นมา เราไม่ต้องมานั่งเสียใจแล้ว เราสบายๆแล้ว เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว
 
สำหรับผู้ที่สนใจฟังธรรม ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ชั้น 11 อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00-13.30น.
สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-6771901 หรือ www.cpall.co.th
ขอขอบคุณ คอลัมน์ดีๆ จาก กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 9 พ.ย.58