ผู้เขียน หัวข้อ: ทัวร์เวียดนาม ณ สุดยอดสถานที่เที่ยวของเวียดนาม  (อ่าน 72 ครั้ง)

ออฟไลน์ goten

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
  • ชอบกด Like+ 0
  • ใช้งานล่าสุด :20 กันยายน 2019, 15:16:09
  • Thanks You welovethailand.com
ท่องเที่ยวเวียดนาม (Vietnam) หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ดินแดนทวีปเอเชียในคราบเปื้อนอารยธรรมสไตล์ยุโรป เมืองที่แลนด์มาร์คสุดได้รับความนิยม สำหรับนักเที่ยวสายอินเทรนด์ สายถ่ายภาพ สายรับประทาน ห้ามพลาดเลยนะคะ! ยืนยันว่าฟินกันตั้งแต่เวียดนามเหนือจนกระทั่งเวียดนามใต้แน่ๆจ้ะ

# เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)

ถ้ำฟองญาถูกศึกษาค้นพบหนแรกเมื่อปี ค.ศ. 1899 ในตอนยุคการศึกอเมริกา ถ้ำที่นี้ถูกใช้งานเป็นโรงหมอ ต่อจากนั้นมีกรุ๊ปนักวิทยาศาสตร์คนอังกฤษได้เริ่มออกตรวจ พบว่าถ้ำมีขนาดกว้าง 7,729 เมตร สูง 50 เมตร แล้วก็มีความลึกของระดับน้ำถึง 83 เมตร ซึ่งได้รับการชื่นชมจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติให้เป็นมรดกโลกในปี 2003 ซึ่งถ้ำนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญา (Phong Nha National Park) การจะเข้ามาเยี่ยมชมนั้นจะมีทางเข้าอยู่ 2 โซน ตัวอย่างเช่น The Twilight Zone แล้วก็ The Dark Zone

Twilight Zone จะเป็นโซนหินงอกหินย้อยที่ตกแต่งไปด้วยไฟสีสันสวย โซนนี้จะมีความยาวอยู่ที่ราวๆ 1.2 กม. ซึ่งจำต้องบอกเลยว่าจะเป็นระยะทางที่คุ้ม สวยงาม เกินคำพรรณนาสูงที่สุด รวมทั้งในส่วนนี้ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆดังเช่นว่า กุ้ง ปู รวมทั้ง ปลาไหล ให้มองเห็นอีกด้วย

The Dark Zone เมื่อพ้นเขตของแสงแล้ว ถ้ำก็จะมืดลงเรื่อยกระทั่งไม่เห็นอะไรเลย สำหรับเพื่อการทัวร์ถ้ำส่วนนี้ จะมีไกด์ขับเรือมือโปร รอให้ข้อมูลเพื่อนำทางพวกเราไปเรื่อยด้วยระยะทางถึง 4.5 กิโลกันอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ! ขอบอกเลยว่าน่ากลัว และก็น่าหวาดกลัวสุดๆแม้กระนั้นก็กาลครั้งหนึ่งในชีวิตก็จะต้องทดลองสักหนึ่งครั้งให้ได้ รับทราบรสของประสบการณ์ใช่มั๊ยละค้า ~ ซึ่งในความมืดดำนี้ก็มีเหล่าสัตว์ช่วงเวลาค่ำคืนอาศัยอยู่เหมือนกันจ้ะ เขาบอกด้วยนะคะว่า สัตว์เหล่านี้จะตาบอด ได้แก่ ค้างคาวตาบอด รวมทั้งจิ้งหรีด แล้วก็จิ้งจก ฮือออ กล่าวและก็ขนลุกเลยจ้ะ TT ซึ่งคุณไกด์พูดว่า ตรงนี้มีจิ้งจกสีแดงอาศัยอยู่ด้วย แม้กระนั้นยากมากมายที่มันจะออกมาให้มองเห็น แต่ว่าก็ช่างเถอะแรง ขอไม่ก่อกวนคุณจิ้งจกแล้วกันน้าาาา

# เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)

อ่าวฮาทดลองมีขนาด 1,553 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหมู่เกาะ 1,969 ที่ ซึ่งแก่ทางธรณีวิทยาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 250 ถึง 280 ล้านปี และก็เคยถูกชมเชยให้เป็นมรดกโลกถึงสองครั้งในปี ค.ศ.1994 ในด้านความงามของธรรมชาติ รวมทั้งในปี ค.ศ. 2000 ในด้านค่าทางภูมิศาสตร์ แล้วก็ยังเคยถูกชูให้เป็น 7 สิ่งอัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลกในปี ค.ศ. 2011 อ่าวฮาทดลองถูกเรียกโดยบทกลอนผู้มีอิทธิพลว่า “ความแปลกประหลาดที่แผ่นดินที่สูงระฟ้า” ตรงนี้ยังนับได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑสถานที่ธรณีวิทยาด้วยนะค้า

อ่าวฮาทดลองอยู่ในเขตพื้นที่ห้วงสมุทรเขตร้อน ทำให้มีการอาศัยอยู่ของระบบนิเวศแนวปะการังถึง 232 ประเภท รวมทั้งพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ ดังเช่น สาหร่ายทะเล และก็สัตว์น้ำลึก พวก ปู กุ้ง และก็ ปลาไหล รวมทั้ง หอยเป๋าฮื้อ ด้วยค่า การไปท่องเที่ยวที่อ่าวฮาทดลองก็กิจกรรมบันเทิงใจๆอย่าง การนำยเรือคายัค ดูธรรมชาติ และก็ขอชี้แนะว่าให้ไปทดลองการล่อหลอกงเรือข้ามคืน เพราะว่าอาวฮาทดลองนั้นมีเกาะเล็กเกาะน้อยๆน้อยๆถึง 775 ที่ให้ได้ไปจับใจกันอย่างเต็มเปี่ยมกันเลยค่า

# เที่ยวเมืองในเขา นาข้าว ซาปา (Sa Pa)

ซาขว้างเป็นเขตพื้นที่ตั้งอยู่บนเขาชิดกับชายแดนเมืองจีน ทางด้านเหนือของประเทศเวียดนามจ้ะ ถ้าเกิดเดินทางมาตรงนี้จากฮานอย พวกเราจะสามารถมองเห็นแนวแนวเขาแอลป์ได้ด้วยน้า ซาขว้างเป็นเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างเร็วในตอนหลายปีที่ผ่านเลยมา หากว่าตรงนี้จะออกจะบ้านนอกก็ตาม รวมทั้งสิ่งที่ทำให้คนไม่ใช่น้อย ต้องการจะมาเช็คอินตรงนี้ซึ่งก็คือ ท้องนาข้าวขั้นบันได ที่กว้างสุดสายตา เป็นความสวยสดงดงามของธรรมชาติที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้น

เว้นแต่ท้องนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ที่ซาปานั้นยังมีอะไรหลายๆอย่างให้ทำอีกมากมายเลยค่า เป็นต้นว่า การไปไต่เขา Fansipan เพื่อปราบหลังคาของอินโดจีน ดูทิวทัศน์ของเมืองซาขว้างจาก ยอดเทือกเขาฮามร่อง ยกย่องธรรมชาติพร้อมประทับใจบรรยากาศตะวันขึ้น แล้วก็พระอาทิตย์ลับฟ้าที่ซาขว้าง ขอเสนอแนะว่าทริปซาขว้างคราวนี้น่าจะนอนพักสักคืนที่ โฮมสเตย์ในบ้านของชนหมู่น้อยชาวฮั่นแล้วก็ชาวห่า ตื่นเช้าตรู่มาดูทะเลหมอกรุ่งเช้ากันที่ยอดดอย O Quy Ho แปรงฟันล้างหน้าล้างตา แล้วไปอาบน้ำตกกันที่ น้ำตกซิลเวอร์แล้วก็น้ำตกรัก ก่อนที่จะจบท้ายด้วยการไปเดินหาอะไรกินกันให้อิ่มท้องที่ ตลาดแคว้น ของเมืองนี้เลยค่า

# ท่องเที่ยวเทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)

เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes) ตั้งอยู่ในเมืองมุยเน่ เป็นหลักที่เขตร้อนติดชายฝั่งทะเล ที่สามารถเดินทางด้วยรถบัสจากโฮจิมินห์แล้วก็ดาลัทได้ เทือกเขาทรายนั้นจะอยู่ออกห่างจากเมืองราวๆ 6 กม. แล้วก็ 26 กิโล การจะท่องเที่ยวเทือกเขาทรายทั้งคู่ที่นั้น ชี้แนะให้จองทัวร์ส่วนตัวกับเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หรือ เอเจนซี่รถทัวร์ก็ได้ การจัดทริปสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนว่าจะไปที่ใดก่อน แต่ว่าชี้แนะว่าให้ไปดูตะวันขึ้นรวมทั้งดวงอาทิตย์ตกที่เทือกเขาทรายจ้ะ จะเป็นโมเม้นต์ที่ฟินสุดๆเลย!

เทือกเขาทรายสีขาว (White Sand Dune of Mui Ne) อยู่ห่างจากเมืองไปโดยประมาณ 26 กม. เป็นเทือกเขาทรายขนาดใหญ่ สามารถเดินทางขึ้นไปถึงบนยอดได้โดยการ นั่งรถยนต์จิ๊บ หรือ รถยนต์ ATV จ้ะ ค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ก็ตกคนละโดยประมาณ 200,000 ดอง หรือ 300 บาท ผู้ใดกันไปเป็นกรุ๊ปใหญ่ ชี้แนะว่าให้นั่งรถยนต์จิ๊บด้วยเหตุว่าราคาจะถูกกว่า แล้วก็ความมันส์ก็ไม่ต่างอะไรกัน ส่วนผู้ใดกันที่พอใจขับ ATV ละก็สามารถหัวเข่าขับได้ แม้กระนั้นราคาจะแพงกว่ามีผู้ขับให้ ซึ่งบอกเลยว่ามีผู้ขับให้พวกเราจะได้มันสุดกำลังกว่าขับเองนะคะ อันนี้คอนเฟิร์ม! สำหรับคนไหนกันแน่ที่จองทัวร์ส่วนตัวไว้ จะมีคนมารับพวกเรามีอพาร์เม้นท์ตอนราวตีสี่ เพื่อไปดูดวงอาทิตย์ขึ้น ในตอนหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้นและจากนั้นก็จะมี Hot Air Balloon ช็อตนี้จำเป็นต้องเก็บเลยนะคะ ยืนโพสดีไม่ดีให้ผู้ที่มาด้วยแชะรูปให้กันสักสองสามรูป อัพลงไอจีเดี๋ยวนั้น บอกเลยควรจะมีคนอิจฉาริษยา! ฮิฮิ

เทือกเขาทรายสีแดง (Red Sand Dune of Mui Ne) ตรงนี้จะมีขนาดเล็กกว่าเทือกเขาทรายสีขาวจ้ะ อยู่ห่างจากเมืองราว 6 กิโล ซึ่งอันนี้ก็เสนอแนะว่าให้มาตอนที่ใกล้ดวงอาทิตย์ตกดินจ้ะ ถ่ายภาพงามแน่ๆ ส่วนกิจกรรมก็จะมีให้เช่าคล้ายกับฟิวเจอร์กระดานให้พวกเรานั่งแล้วสไลด์ลงไปตามเนิน ก็น่าสนุกไปอีกในลัษณะหนึ่งจ้ะ แถวเทือกเขาทรายแดงก็จะมีห้องอาหารมากมาย รวมถึงแม่ค้าหาบเร่ ผู้ใดที่ต้องการทดลองลองก็ทดลองได้นะคะ จะเป็นพวกน้ำนมถั่วเหลือง รวมทั้งคล้ายอาหารเกรียบปากหม้อของบ้านพวกเรา ราคาราวๆ 20,000 ดอง หรือ 30 บาทจ้ะ คนใดจะแวะไปมุยเน่ก็ชี้แนะให้นั่งรถยนต์มานอนพักแรมนะคะ จะได้จองทัวร์แล้วจัดเต็มกับกิจกรรมในเมืองนี้ด้วย

ที่มา : ทัวร์เวียดนาม